พันธุ์โคนม
พันธุ์โคนมในโลกนี้มีมากมายหลายพันธุ์ มีทั้งพันธุ์ที่มีถิ่นกำเนิดในเขตหนาว และพันธุ์ที่มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อน สำหรับโคนมที่เลี้ยงอยู่ในประเทศไทยปัจจุบันมีทั้งพันธุ์ที่มีถิ่นกำเนิดในเขตหนาวและเขตร้อน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นโคนมลูกผสม คือมีตั้งแต่2 สายพันธุ์ขึ้นไปอยู่ในตัว ตัวอย่างพันธุ์โคนมที่เลี้ยงอยู่ในประเทศไทยปัจจุบัน มีดังนี้
1
. พันธุ์โฮลสไตน์ฟรีเชี่ยน (Holstein Friesian) หรือชื่อสามัญทั่วไปคือ ขาว-ดำ มีถิ่นกำเนิดในประเทศเนเนเธอร์แลนด์ ให้ผลผลิตน้ำนมเฉลี่ยต่อระยะการให้นมประมาณ 9,000 – 10,000 กิโลกรัม
2. พันธุ์ขาว-แดง (Red Holstein )มีถิ่นกำเนิดจากโคนมพันธุ์ขาวดำ เพียงแต่ลักษณะสีแดงเป็นลักษณะด้อยของโคนมพันธุ์ขาว-ดำ จึงมีคนผสมพันธุ์เพื่อให้ได้เฉพาะสีขาว-แดง และตั้งเป็นพันธุ์ใหม่ว่าโคขาว-แดง ให้ผลผลิตใกล้เคียงกับโคนมพันธุ์ขาว-ดำ
3. พันธุ์บราวน์สวิส (Brown Swiss)มีถิ่นกำเนิดในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เป็นโคขนาดใหญ่ เช่นเดียวกับพันธุ์ขาว-ดำ มีสีเหลืองนวลจนถึงเทาหม่น มีลักษณะประจำพันธุ์คือจะมีวงรอบขอบปากเป็นสีขาว ให้ผลผลิตน้ำนมเฉลี่ยต่อระยะการให้นมประมาณ 7,000 – 8,000 กิโลกรัม
4. พันธุ์เจอร์ซี่(Jersey)มีถิ่นกำเนิดในประเทศอังกฤษ เป็นโคยุโรปที่มีขนาดเล็กกว่าพันธุ์อื่นๆ มีสีเหลืองนวลจนถึงน้ำตาลเม็ดมะขาม เป็นโคนมที่รูปร่างสวยเหมาะกับความเป็นโคนมมากที่สุด ให้
ผลผลิตน้ำนมเฉลี่ยต่อระยะการให้นมประมาณ5,000 – 6,000 กิโลกรัมแต่มีไขมันนมค่อนข้างสูงเฉลี่ยประมาณ4.5เปอร์เซ็นต์
5. พันธุ์เรดเดน (Red Dane)มีถิ่นกำเนิดในประเทศเดนมาร์ค มีสีน้ำตาลแดงเข้ม เป็นโคประเภทกึ่งเนื้อกึ่งนม ให้ผลผลิตน้ำนมเฉลี่ยต่อระยะการให้นมประมาณ 6,000 – 7,000 กิโลกรัม
6. พันธุ์เรดซินดี้ (Red sindhi)เป็นโคนมเขตร้อนมีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย มีขนาดเล็กน้ำหนักประมาณ 350 – 450 กิโลกรัมสีแดงเข้มเหมือนพันธุ์เรดเดน ระยะการให้นมสั้น ประมาณ 220 –240 วัน ให้ผลผลิตน้ำนมเฉลี่ยต่อระยะการให้นมประมาณ 2,400 – 3,000 กิโลกรัม
7. พันธุ์ซาฮิวาล (Sahiwal)มีถิ่นกำเนิดในประเทศปากีสถาน น้ำหนักประมาณ400 – 500 กิโลกรัมมีสีเหลืองนวล หรือน้ำตาลอ่อน ระยะการให้นมประมาณ 240 – 260 วัน ให้ผลผลิตน้ำนมเฉลี่ยต่อระยะการให้นมประมาณ 3,000 – 3,600 กิโลกรัมโคพันธุ์ซาฮิวาลและเรดซินดี้ เป็นโคเขตร้อน จะมีความทนทานต่อสภาพอากาศร้อนชื้น โรค แมลง และเลี้ยงดูได้ง่ายกว่าโคพันธุ์ยุโรป
